ถิ่นกำเนิดหลวงพ่อโต  แดนตะโกดัดงาม  เย็นสายน้ำนามป่าสัก  วิวสวยนักเขื่อนพระรามหก

  พืชสมุนไพร
ข้อมูลอำเภอ
แหล่งท่องเที่ยว
อัตรากำลัง/โครงสร้าง
ข้อมูลตำบล/สถิติน้ำฝน/
     ต้นทุนการผลิต ข้อมูลพื้นฐาน
ศูนย์บริการฯ
สถาบันเกษตรกร ข้อมูลวิสาหกิจชุมชน
ผลิตภัณฑ์ OTOP
วิสัยทัศน์   บทบาทหน้าที่ ที่ตั้งหน่วยงาน
การจัดการความรู้ (KM Action Plan)
โครงการ ปี 60
แผนปฏิบัติงาน      ข้อมูล MRCF
รายงานสถานการเพาะปลูก
ข้อมูลการผลิตข้า
 
แผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล(แผน4ปี)
แผนพัฒนาการเกษตรระดับอำเภอ
แผนที่ Zoning
ข้อมูลแปลงใหญ่
T & V system

กระเจียว สมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของต้นกระเจียว

  ต้นกระเจียวในประเทษไทย

            ในประเทศไทยพบว่ามีการปลูกต้นกระเจียว มากภาคเหนือ และ ภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดชัยภูมิ พบตามทุ่งหญ้าตามป่า ฤดูกาลที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต คือ ฤดูฝน ที่จังหวัดชัยภูมิมีเทศกาลทุ่งดอกกระเจียวบาน เป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชัยภูมิ

            ต้นกระเจียว มี 2 ชนิด คือ ต้นกระเจียวแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Curcuma sessilis Gage. และ ต้นกระเจียวขาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Curcuma parviflora Wall ชื่อเรียกอื่นๆของกระเจียว เช่น ว่านมหาเมฆ , อาวแดง , กาเตียว , กระเจียว , จวด , กระเจียวสี , กระเจียวป่า เป็นต้น

  ลักษณะของต้นกระเจียว

            ต้นกระเจียว เป็นไม้ดอกพื้นบ้าน พืชล้มลุก ขยายพันธุ์โดยการแตกกอ เหง้า กระจายพันธุ์มากในประเทศพม่า และ ประเทศไทย มักขึ้นตามป่าดิบ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และที่โล่งๆทั่วไป ต้นกระเจียวแดง มีลำต้นอยู่ใต้ดิน มีเหง้าอยู่ใต้ดิน อายุยาว ลักษณะของต้นกระเจียว ลำต้นกระเจียว ใบกระเจีว ดอกกระเจียว และ ผลกระเจียว มีรายละเอียด ดังนี้

            * ลำต้นกระเจียว สูงได้ประมาณ 60 เซนติเมตร ลำต้นเป็นกออยู่รวมกันมากๆ ลำต้นออำมาจากหัว ซึ่งกระเจียวมีหัวอยู่ใต้ดิน เรียก เหง้า มีขนาดใหญ่ ทรงรี สีน้ำตาล ภายในเหง้าเป็นสีขาว
            * ใบกระเจียว ลักษะของใบออกเป็นกาบ รวมตัวกันแน่น ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปหอก ปลายใบแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยง
           * ดอกกระเจียว ต้นกระเจียวออกดอกเป็นช่อ รูปทรงกระบอก ดอกจะชูออกจากปลายลำต้น ดอกเป็นสีเหลือง สีขาว สีชมพู ออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี
           * ผลกระเจียว ต้นกระเจียวออกผลเป็นรูปไข่ มีขนหนาแน่น เมล็ดรูปทรงคล้ายหยดน้ำ
  คุณค่าทางโภชนาการของกระเจียว

            สำหรับกระเจียว นิยมนำมารับประทานหน่ออ่อน และ ดอกกระเจียว ทานเป็นผักสด โดยนักโภชนากการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของกระเจียวขนาด 100 กรัม ให้พลังงาน 35 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัย ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 6 กรัม โปรตีน 1.3 กรัม ฟอสฟอรัส 40 มิลลิกรัม แคลเซียม 45 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 2 มิลลิกรัม และ วิตามินต่างๆ คือ วิตามินเอ วิตามินบี1 และ วิตามินบี2

  ประโยชน์ของกระเจียว

            สำหรับการใช้ประโยชน์ของกระเจียว นั้นนิยมนำมารับประทานเหมือนผักพื้นบ้านทั่วไป โดยรับประทานหน่ออ่อน และ ดอกกระเจียว นำมาลวก กินเป็นผักสด นิยมรับประทานกับน้ำพริก ลาบ ส้มตำ ขนมจีนน้ำยา ซึ่งประโยชน์จากการรับประทานกระเจียวนอกจากจะเป็นอาหารแล้ว มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกายและการรักษาโรคอีกด้วย

  สรรพคุณของกระเจียว

            ต้นกระเจียว สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค ตั้งแต่ เหง้า ดอก หน่ออ่อน และ ดอก โดยรายละเอียดดังนี้

            * ลำต้นกระเจียว มีกากใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวขับถ่ายได้ดี ช่วยป้องกันอาการท้องผูก ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยขับสารพิษตกค้าในร่างกาย หน่ออ่อนใช้เป็นยาสมานแผล
            * ดอกกระเจียว มีรสเผ็ดร้อน มีกลิ่นหอม สรรพคุณช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร แก้อาการท้องอืด รักษาท้องเฟ้อ ลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยแก้มดลูกอักเสบสำหรับสตรีหลังคลอด
            * เหง้าของกระเจียว สรรพคุณเป็นยาแก้ปวดเมื่อย
โทษของกระเจียว

            สำหรับการกินกระเจียว ไม่นิยมกิน ใบ และ เหง้า ของกระเจียว เนื่องจากมีรสเผ็ดร้อนเหมือนขิง ข่า ตะไคร้ หากกินมากๆ ก็มีความเป็นพิษต่อร่างกาย แต่การกินกระเจียว จะกิน หน่ออ่อน และ ดอกกระเจียว โดยก่อนการกินให้นำไปลวกก่อน